คุณคือคนหนึ่งซึ่งต้องกินยาใช่หรือเปล่า?

กำลังจะเข้าผ่าตัดศัลยกรรมใช่ไหม? หรือกินยาแก้ปวดเท่าไรก็ไม่หายปวดสักที? หรือกำลังกินยาเพื่อระงับอาการข้างเคียงที่เกิดจากยาตัวอื่นอยู่? ไม่ว่าคุณจะเป็นคนนั้นที่กินยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะนาน ๆ ครั้ง หรือต้องกินยาหลายตัวตามแพทย์สั่งเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ การรู้ว่าร่างกายของคุณจัดการกับยา (เมตาบอไลซ์) อย่างไรไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณเท่านั้น หากแต่ยังช่วยชีวิตของคุณไว้ได้อีกด้วย ดีเอ็นเอและแพทย์ของคุณช่วยคุณได้ โปรดติดต่อเราที่ thailand@ptclabs.com เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม

กินยา กับ กินยำ ความอร่อยต่างกัน
การเอายาหลายชนิดมายำรวมกัน ไม่ใช่เรื่องดี

คุณรู้จักสิ่งที่เรียกว่า อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หรือไม่? นี่คือสถิติเกี่ยวกับสิ่งนั้น:

0%
ของยาที่ผู้ป่วยได้รับ ไม่มีผลใด ๆ ต่อการรักษาอาการเจ็บป่วย
0th
เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของการเสียชีวิต
0+
รายที่ต้องเข้ารักษาอาการไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาล
0+
ครั้งที่พบการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ฯ ในผู้ป่วยตามบ้าน

DNA TESTING FOR การรักษาโรคเฉพาะบุคคล

การรักษาโรคเฉพาะบุคคลถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพ และความรู้ทางเภสัชพันธุศาสตร์ทำให้การรักษาแบบนี้ลงลึกไปถึงระดับดีเอ็นเอ โดยเป็นการผนวกรวมหลักการสั่งจ่ายยา ที่ต้องคำนึงถึงส่วนผสมและปริมาณยา และหลักการการทำงานของดีเอ็นเอมนุษย์เข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้การใช้ยาของแต่ละบุคคลมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยอิงจากความจำเพาะเจาะจงในการตอบสนองต่อยาซึ่งควบคุมโดยดีเอ็นเอของผู้ป่วยแต่ละคน แทนที่จะอิงจากการลองผิดลองถูกในการใช้ยา

Genetrait เป็นหนึ่งในบริษัทเครือข่ายของ พีทีซี แลบบอราทอรี ที่บุกเบิกบริการด้านเภสัชพันธุศาสตร์ ที่ทำการตรวจวิเคราะห์ระดับโมเลกุลทางพันธุกรรมเพื่อให้ทราบถึงกลไกการเปลี่ยนแปลงยาในร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างจำเพาะเจาะจง เพื่อให้ทราบว่าควรจ่ายยาให้ผู้ป่วยรายนั้นอย่างไรเพื่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาน้อยที่สุด โดยรายงานผลตรวจของเราช่วยให้แพทย์ทราบข้อมูลความเสี่ยงในการรักษาโรคให้กับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งรวมถึงการรักษาโรคหัวใจ, อาการทางจิต, ศัลยกรรม และการรักษาอาการปวด ซึ่งการตรวจวิเคราะห์ของเราช่วยให้โรงพยาบาลและคลินิกสามารถวางแผนการรักษาให้ผู้ป่วยแต่ละรายได้จำเพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุด

ประสบการณ์จากผู้ใช้บริการ

“ดิฉันทำงานเป็นกุมารแพทย์มากว่า 22 ปี ซึ่งตั้งแต่เลือกใช้การตรวจของ GeneTrait เป็นต้นมา ดิฉันขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่ามันเปลี่ยนชีวิตทางการแพทย์ของดิฉันไปเลย! ดิฉันสามารถสั่งจ่ายยาได้ดีขึ้นกว่าที่เคย ช่วยให้คนไข้ของดิฉันไม่ต้องเผชิญผลข้างเคียงจากการใช้ยา อีกทั้งช่วยประหยัดเวลาให้คนไข้ด้วยการเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับพวกเขาตั้งแต่ทีแรกและให้ยาในปริมาณที่เหมาะสมกับพวกเขา นอกจากนี้ยังช่วยให้คนไข้ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปกับยาที่รักษาพวกเขาไม่ได้อีกด้วย”

ดร. ลูอิส แจสซีย์ (เบลมอร์, นิวยอร์ค),, ผู้ใช้บริการ GeneTrait

รู้หรือไม่

การรักษาที่ไม่ได้ผล
โดยเฉลื่ย 50% ของยาที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไปนั้นไม่ได้มีผลใด ๆ ต่อการรักษาเลย
ซึ่งกรณีนี้มีสาเหตุหลายประการ แต่พันธุกรรมของผู้ป่วยนับเป็นปัจจัยหลัก
ที่มีบทบาทต่อการเมตาบอไลซ์ยาที่ได้รับเข้าไป

สาเหตุหลักของการเสียชีวิต
อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยานับเป็นสาเหตุหลักอันดับ 4
ของการเสียชีวิตของชาวอเมริกัน ตามมาด้วยโรคเกี่ยวกับปอด เบาหวาน
เอดส์ ปอดบวม

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
ประเทศที่ตระหนักถึงปัญหานี้และหันมาใช้การรักษาโรคเฉพาะ
บุคคลเพื่อเลี่ยงปัญหาดังกล่าวแล้วได้แก่ สหรัฐอเมริกา,
เนเธอร์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฝรั่งเศส, ไทย และสิงคโปร์

ค่าใช้จ่ายแฝงอันเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
ผู้ป่วยที่ประสบภาวะไม่พึงประสงค์จากการใช้ยามักต้องแบกรับ
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ายา ค่ารักษา
(เปลี่ยนไปใช้ยาตัวใหม่) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการ
สำหรับพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าประกัน
รวมทั้งต้องสูญเสียรายได้ของทั้งตนเองและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
จากการเข้าพักรักษาตัวด้วย

ยาที่แพทย์สั่ง
ปัจจุบันแพทย์สั่งยาหลายชนิดให้คนไข้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
ซึ่งกล่าวโดยขยายความได้ว่า ในสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วย 64% จากทั้งหมด
ที่ได้รับการสั่งยาโดยแพทย์ และในปี 2000 ก็พบว่ามีปริมาณใบสั่งยามาก
ถึง 2,800 ล้านฉบับ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ป่วยแต่ละคนมีใบสั่งยาเป็นของตัวเอง
โดยเฉลี่ยคนละ 10 ฉบับ นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าอัตราการเกิดอาการ
ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาจะเพิ่มสูงขึ้นถ้าผู้ป่วยได้รับยามากกว่า 4 ชนิด

เรื่องที่ควรทราบ
ยาใหม่ที่ผลิตออกขายในปัจจุบันได้รับการทดสอบจากผู้ป่วยโดยเฉลี่ย
1,500 ราย โดยมักจะเป็นการทดสอบในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งยาบางชนิด
อาจมีอุบัติการณ์ของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาค่อนข้างน้อย
และอาจต้องอาศัยเวลานานพอสมควรกว่าจะตรวจพบอาการ
ไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้

ประชากรผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมักต้องรับยารวม ๆ กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อประเมินจาก
พันธุกรรมในการตอบสนองต่อยาและวิธีการดำเนินชีวิตแล้ว ยาเหล่านั้น
อาจมีผลเล็กน้อย หรือไม่มีผลต่อการรักษาเลย ในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้นคือ
มีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา นี่คือข้อที่จำเป็นต้องพิจารณาเนื่อง
จากมีสถิติพบว่าผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปมักต้องใช้ยา 8-10 ชนิดต่อคน
และผู้สูงอายุวัย 85 ปีขึ้นไปมักต้องใช้ยา 16-18 ชนิดต่อคน

กระบวนการเมตาบอลิซึมของยา
ดีเอ็นเอเป็นตัวออกคำสั่งให้ร่างกายของเราสร้างเอนไซม์หลาย ๆ ชนิด
เพื่อเมตาบอไลซ์ยาที่ได้รับเข้าไป โดยถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เราสามารถ
จำแนกยาได้เป็น 2 ประเภท คือ ยาที่ออกฤทธิ์ได้ทันที (Parent Drugs)
และยาที่ต้องอาศัยกระบวนการเมตาบอไลซ์เพื่อเปลี่ยนรูปก่อนจึงจะออก
ฤทธิ์ (Pro Drugs) หากบุคคลนั้นมีเมตาบอไลซ์ที่ผิดปกติ ก็เป็นไปได้ว่าจะ
เผชิญภาวะต่อไปนี้ ได้แก่ ยาไม่สามารถถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์
ได้ ซึ่งทำให้ยาที่ได้รับเข้าไปนั้นสูญเปล่า หรืออาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับ
ยาเกินขนาดเพราะเอนไซม์ไม่ได้ทำหน้าที่กำจัดยาออกจากร่างกายอย่างที่
ควรจะเป็น

การรักษาแบบแม่นยำ
ในการรักษาแบบแม่นยำจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคัดเลือกตัวยาหรือ
วิธีการที่จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้ป่วย โดยพิจารณาจากลักษณะทาง
ประชากรศาสตร์ของผู้ป่วย (เชื้อชาติ/เผ่าพันธุ์, อายุ, เพศ) ปัจจัยการใช้
ชีวิต (การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์, การใช้ยาเพื่อผ่อนคลาย, อาหาร,
การออกกำลังกาย) เงื่อนไขทางการแพทย์ (ภาวะมะเร็ง, เบาหวาน,
โรคเกาต์) และยาอื่น ๆ ที่ใช้อยู่

ประชากรผู้สูงอายุและปัญหาอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
ผู้สูงอายุมักต้องใช้ยารวม ๆ กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อประเมินจาก
พันธุกรรมในการตอบสนองต่อยาและวิธีการดำเนินชีวิตแล้ว ยาเหล่านั้น
อาจมีผลเล็กน้อย หรือไม่มีผลต่อการรักษาเลย ในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น
คือมีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา นี่คือข้อที่จำเป็นต้องพิจารณา
เนื่องจากมีสถิติพบว่าผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปมักต้องใช้ยา 8-10 ชนิดต่อคน
และผู้สูงอายุวัย 85 ปีขึ้นไปมักต้องใช้ยา 16-18 ชนิดต่อคน

ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกัน
แผนภูมินี้แสดงให้เห็นร้อยละโดยเฉลี่ยของประชากรผู้ป่วยที่รับยา
แต่ละชนิดเข้าไปแล้วไม่ได้ผลในการรักษา

อ้างอิงจาก Personalized Medicine Coalition (PMC), THE CASE FOR PERSONALIZED MEDICINE,
4th Edition 2014

FAQ

เภสัชพันธุศาสตร์คือการศึกษาการทำงานของยีน (ดีเอ็นเอของเรา) ในการตอบสนองต่อยาหรือการรักษาที่ได้รับ ดีเอ็นเอของเรานั้นมีหน้าที่ในการสร้างเอนไซม์ที่มีบทบาทในการเมตาบอไลซ์หรือเปลี่ยนสภาพยาที่กินเข้าไป ซึ่งกลไกลดังกล่าวนี้ทำให้เราเห็นระบบอันซับซ้อนบางอย่าง คือ;

  • เอนไซม์ปริมาณเพียงเล็กน้อยนี้สามารถกำหนดการตอบสนองต่อยาของร่างกายผู้ป่วยได้
  • ยีนที่ตำแหน่งจำเพาะเจาะจงหนึ่ง ๆ มีผลต่อยาหลายชนิด
  • แม้จะเป็นเอนไซม์ชนิดเดียวกัน แต่เมื่อต้องเมตาบอไลซ์ยาต่างชนิด ก็จะมีกลไกการทำงานต่างกัน

การรักษาโรคเฉพาะบุคคลคือการแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่งซึ่งจัดการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลเป็นการเฉพาะ โดยเภสัชพันธุศาสตร์คือการนำการรักษาโรคเฉพาะบุคคลลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรมโดยบูรณาการเข้ากับการสั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วย ทั้งในแง่ของตัวยาที่สั่งและปริมาณ โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับดีเอ็นเอของคนแต่ละคน ซึ่งทำให้การประยุกต์ใช้การรักษาเฉพาะบุคคลมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น โดยการประเมินการตอบสนองต่อยาของร่างกายผู้ป่วยแทนที่จะอาศัยการทดลองยาแบบที่เคยทำในอดีต

GeneTrait เป็นส่วนหนึ่งของ พีทีซี แลบบอราทอรี โดยเป็นผู้บุกเบิกการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์ โดยเฉพาะการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อดูการตอบสนองต่อยาเพื่อบ่งชี้ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีสร้างลำดับดีเอ็นเอและชีวโมเลกุลเชิงวิเคราะห์ ซึ่งรายงานผลตรวจของเราจะทำให้แพทย์ผู้ทำการรักษาได้มีประวัติของผู้ป่วยที่ระบุโอกาสและความเสี่ยงในการรับยารักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยารักษาโรคหัวใจ, ยารักษาโรคทางจิตประสาท และกลุ่มยาระงับปวด การตรวจทางพันธุกรรมดังกล่าวนี้จะช่วยให้โรงพยาบาลและคลินิกสามารถให้การรักษาเฉพาะบุคคลและมีแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสอดรับกับภาวะที่ผู้ป่วยเผชิญอยู่อย่างแท้จริง

การตรวจนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม คุณควรพิจารณารับการตรวจนี้หากคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้;
  • กำลังรับการรักษาเพื่อระงับอาการปวด อาการโรคหัวใจ หรืออาการทางจิตประสาท
  • ต้องการเปลี่ยนวิธีการรักษาเพื่อระงับอาการปวด อาการโรคหัวใจ หรืออาการทางจิตประสาท
  • ต้องกินยาอย่างน้อย 5 ชนิด ในแต่ละวัน และมีแนวโน้มที่ต้องกินมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรักษาโรคอย่างเห็นผล
  • กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรม
  • ต้องกินยา ซึ่งเป็นยาที่ใช้ไม่ได้ผลกับประชากรโลกถึง 50%

ยาที่ผ่านการผลิตมาใหม่ ๆ มักถูกทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเฉลี่ย 1,500 คน และมักทดสอบในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ยาหลาย ๆ ชนิดมีอุบัติการณ์ของภาวะไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในอัตราที่ค่อนข้างน้อย และต้องทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างมากกว่านั้นจึงจะพบอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้ ยาที่ทดสอบในกลุ่มตัวอย่างไม่กี่พันคนอาจให้ประสิทธิภาพการรักษาที่ดีในกลุ่มตัวอย่างไม่กี่พันคนนั้น แต่ไม่นานหลังออกสู่ตลาดยาดังกล่าวก็จะถูกใช้โดยคนหลายล้านคน ฉะนั้น หากยานั้นมีโอกาสน้อย ๆ ที่จะเกิดภาวะเป็นพิษ ภาวะที่เป็นพิษนั้นจะพบได้ในช่วงหลังจำหน่ายยาออกสู่ตลาดไปแล้วนั่นเอง ซึ่งถือว่า เป็นความผิดพลาดในกระบวนการศึกษาวิจัย ไม่ใช่ความผิดพลาดของแพทย์ผู้สั่งจ่ายยา.

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของการที่ยาแต่ละชนิดทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกันด้วย ไม่ว่าระหว่างยาเก่าหรือยาที่ผลิตใหม่ หรือระหว่างยาที่หาได้ทั่วไปกับยาราคาแพง ๆ ซึ่งการทำปฏิกิริยาดังกล่าวทำให้แพทย์ประสบความยากลำบากมากขึ้นในการสั่งจ่ายยา และอาจทำให้ผู้ป่วยต้องรับการรักษาซ้ำแล้วซ้ำอีก

มีสถิติที่ชวนให้พิจารณาดังนี้;

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

  • เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งหลังออกจากโรงพยาบาลไปแค่ 30 วัน
  • เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 4 ของประชากรในสหรัฐอเมริกา
  • ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณค่ารักษาพยาบาลถึง 2 ล้านเหรียญในทุก ๆ ปี
  • ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 120,000 รายในทุก ๆ ปี

ในปี 2020 มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นครั้งแรกที่โลกนี้จะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปมากกว่าจำนวนผู้ที่อายุ 5 ปีลงมา และในปี 2050 คาดการณ์ว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปถึงสองพันล้านคน ซึ่งเป็นสองเท่าของจำนวนในปัจจุบัน

และเมื่อมีประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น ก็จำเป็นต้องใช้ยาสำหรับ …

  • ดูแลคุณภาพชีวิต
  • รักษาชีวิตให้ยืนยาว
  • บรรเทาอาการเจ็บปวด
  • ควบคุมดูแลอาการเจ็บป่วยและโรคภัยต่าง ๆ

ปัจจุบันผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปมักต้องกินยา 8-10 ชนิดต่อคน และปริมาณยาเพิ่มขึ้นเป็น 16-18 ชนิดสำหรับผู้สูงอายุวัย 85 ปีขึ้นไป การกินยารวมกันแบบนี้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการสั่งจ่ายยาโดยคำนึงถึงสภาวะของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ห้องปฏิบัติการทั่วไปมักให้บริการตรวจเภสัชพันธุศาสตร์โดยการสร้างลำดับดีเอ็นเอของคุณแค่รอบเดียว ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปเพราะมีโอกาสผิดพลาดถึง 1 ใน 11 (9.09%) ความถูกต้องแม่นยำของการตรวจลักษณะนี้ขึ้นกับความถูกต้องแม่นยำของเครื่องมือที่ใช้ โดยเครื่องสร้างลำดับดีเอ็นเอที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลกมักมีค่าความถูกต้องแม่นยำ (อัตราความสอดคล้องและการที่สามารถระบุจีโนไทป์ได้) ที่ 99.7% ต่อการสร้างลำดับดีเอ็นเอหนึ่งรอบ แต่เนื่องจากว่าในการสร้างลำดับดีเอ็นแต่ละรอบมีลำดับดีเอ็นเอที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อยาที่ถูกสร้างขึ้นมาถึง 60 ลำดับ ซึ่งเท่ากับว่าจะมีลำดับที่ผิดพลาดเป็นจำนวน 1 ใน 11 ลำดับ หรือ 9.09%

ที่ พีทีซี แลบบอราทอรี เราตั้งมาตรฐานการตรวจในระดับของห้องปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์ อัตราความผิดพลาดของเราอยู่ที่ 1 ใน 171 ล้าน (0.000001%) เพราะเราสร้างลำดับดีเอ็นเอของแต่ละบุคคลซ้ำกันถึง 3 รอบเพื่อให้แน่ใจว่าได้ผลถูกต้องแม่นยำที่สุด โดยเราได้เปรียบเทียบระหว่างกระบวนการของห้องปฏิบัติการทั่วไปและกระบวนการของเรา และพบว่าเรามีมาตรฐานสูงกว่าห้องปฏิบัติการอื่น ๆ

ถ้าคุณรับการรักษาอาการเจ็บป่วยหนึ่ง ๆ มาแล้วเป็นเวลานาน มีโอกาสที่การรักษานั้นจะไม่ส่งผลเสียใด ๆ กับคุณ แต่การตรวจของเราจะช่วยยืนยันว่าการรักษาที่คุณรับอยู่นั้นเหมาะสมสำหรับคุณจริง ๆ มีคลังข้อมูลมากมายอยู่ที่ปลายนิ้วของคุณที่จะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนแผนการรักษาให้ดีขึ้นได้ หรือถ้าคุณหมดค่าใช้จ่ายไปกับค่ายาหลายขนาน แล้วพบว่าการสั่งจ่ายยาบนพื้นฐานพันธุกรรมของคุณนำมาซึ่งปริมาณยาที่น้อยลงและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า การตรวจนี้ก็เป็นที่ต้องการสำหรับคุณ

จำเป็นที่คุณต้องมีความเข้าใจว่ายาและการรักษาต่าง ๆ ถูกผลิตมาเพื่อให้ได้ผลกับคนส่วนใหญ่ แต่หากคุณไม่ได้เป็นคนส่วนใหญ่นั้น ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะมีภาวะไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หรือยานั้นอาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะรักษาภาวะความเจ็บป่วยของคุณ

การตรวจนี้ครอบคลุมการตอบสนองยาทุกชนิดที่มีใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยครอบคลุมยาหลัก ๆ กว่า 60 ชนิด ที่ใช้ในการรักษา 3 ด้าน (การรักษาทางจิตประสาท, การระงับบรรเทาปวด และการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจ)

แน่นอนว่าคุณสามารถทานยาที่แพทย์สั่งได้ แต่จริง ๆ แล้วแพทย์ก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าคุณจะไม่มีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเนื่องจากยาเหล่านั้น แพทย์มักสั่งจ่ายยาโดยอิงจากฤทธิ์ยาและอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกเป็นสำคัญ ซึ่งมีโอกาสที่ยาเหล่านั้นจะไม่เหมาสมกับร่างกายของคุณ

ซึ่งเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น หากแพทย์มั่นใจว่ายาที่สั่งในตอนแรกมีประสิทธิภาพและมีความจำเป็น แพทย์ก็มักจะสั่งยาอีกชุดให้ผู้ป่วยกินเพิ่มเติมเพื่อรักษาอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นการขาดความรู้ของแพทย์ แต่การรักษาเช่นนี้มีเรื่องต้องพิจารณาที่ค่อนข้างซับซ้อนทั้งในแง่ที่มียาหลายชุด รวมทั้งมีปัจจัยการดำเนินชีวิตและอาหารการกินเข้ามาเกี่ยวข้อง (อาหารมีก็ผลต่อกระบวนการเมตาบอไลซ์ยาเช่นกัน) รวมทั้งต้องคำนึงถึงสารเคมีหรือโรคใหม่ ๆ ด้วย

การตรวจของเราจะช่วยให้แพทย์ทราบว่าร่างกายคุณมีพันธุกรรมในการตอบสนองต่อยาที่สั่งจ่ายอย่างไรบ้าง เพื่อแพทย์จะได้สั่งจ่ายตัวยาที่เหมาะสมในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อป้องกันไม่ได้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์ที่จะตามมา เพราะภาวะไม่พึงประสงค์ดังกล่าวนี้เป็นเหตุให้ผู้ป่วยสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก การตรวจของเราครอบคลุมตัวยากว่า 60 ชนิดที่ใช้ในการรักษา 3 ด้าน (การรักษาอาการด้านจิตประสาท, การระงับและบรรเทาปวด และการรักษาโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ)

ไม่ต้อง การตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์เป็นการตรวจครั้งเดียวที่ใช้ได้ตลอดชีวิต ดีเอ็นเอของคุณไม่มีวันเปลี่ยน ฉะนั้นกลไกการตอบสนองต่อยาที่การตรวจนี้ครอบคลุมก็จะไม่เปลี่ยนด้วยเช่นกัน

การตรวจนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วย แต่เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าร่างกายของคุณจัดการกับยาที่กินเข้าไปอย่างไร ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับยาหลาย ๆ ชนิดหรือต้องรักษาหลาย ๆ อย่าง ฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องกินยามากมายเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยหลาย ๆ โรค การตรวจนี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับคุณ

ไม่ได้ นี่ไม่ใช่การตรวจเพื่อหาโรค แต่เป็นการตรวจเพื่อหาว่าร่างกายของคุณเมตาบอไลซ์ยาที่ได้รับอย่างไร

ห้องปฏิบัติการเภสัชพันธุศาสตร์ในไทยส่วนใหญ่ให้บริการตรวจสำหรับการรักษาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะตรวจการตอบสนองต่อยาที่จำเพาะเพียงไม่กี่ชนิด ซึ่งแม้จะมีราคาถูก คืออยู่ที่ 2,000 – 3,500 บาท แต่ผลตรวจที่ได้ก็ครอบคลุมเพียงแค่ยาชนิดเดียวเท่านั้น

แต่ยีนหนึ่งยีนไม่ได้มีผลต่อการตอบสนองต่อยาเพียงหนึ่งตัว ห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มักต้องตรวจหลาย ๆ ยีน และหลาย ๆ ตำแหน่งบนดีเอ็นเอเพื่อสรุปผลการรักษาแค่แบบเดียว ซึ่งการทำเช่นนั้นทำให้พวกเขามีข้อมูลพร้อมสำหรับแปลผลการตอบสนองต่อยาในการรักษาด้านอื่น ๆ ด้วย

ที่ พีทีซี แลบบอราทอรี เราต้องการให้เงินที่คุณจ่ายมานั้นคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เราจึงตรวจการตอบสนองต่อยาทุกชนิดที่ควบคุมด้วยยีนนั้น ๆ ซึ่งทำให้ครอบคลุมตัวยามากกว่า 60 ชนิด (และจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ) ในขณะที่ห้องปฏิบัติการทั่วไปให้ผลตรวจที่ครอบคลุมตัวยาไม่ถึง 10 ชนิด

นอกจากนี้เรายังเห็นว่ามีงานวิจัยทางเภสัชพันธุศาสตร์ใหม่ ๆ ออกมาอยู่เป็นประจำ ซึ่งล้วนแต่ช่วยปะติดปะต่อการทำงานของยีนต่าง ๆ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำอย่างสูง ฉะนั้น ที่ พีทีซี แลบบอราทอรี จึงมีการอัพเดทข้อมูลงานวิจัยใหม่ ๆ ทางเภสัชพันธุศาสตร์เกี่ยวกับการรักษาโรคทางจิตประสาท, การระงับบรรเทาปวด และการรักษาโรคหัวใจด้วย ซึ่งเรายินดีผนวกการแปลผลจากงานวิจัยใหม่ ๆ นี้เข้ากับผลการตรวจให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ไม่ได้ ผลตรวจแต่ละฉบับเป็นรูปแบบดีเอ็นเอเฉพาะบุคคลซึ่งมีความแตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้เว้นแต่กรณีที่เป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน

คุณต้องให้แพทย์เจ้าของไข้ของคุณเป็นผู้สั่งการตรวจนี้ โปรดส่งอีเมลถึงเรารวมทั้งให้ข้อมูลติดต่อแพทย์ของคุณ และเราจะจัดส่งชุดเก็บตัวอย่างไปให้

การตรวจนี้ต้องการเพียงตัวอย่างป้ายกวาดเซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้ม โดยแพทย์จะใช้ก้านพันสำลีจำนวน 4 ก้าน ป้ายกวาดเซลล์ผิวเยื่อบุกระพุ้งแก้มในช่องปากของคุณ โดยใช้เวลาเก็บตัวอย่างไม่เกิน 5 นาที

จะได้รับแจ้งผลตรวจทางอีเมลภายใน 5-7 วันทำการ

ได้แน่นอน คุณสามารถนำผลตรวจนี้ไปแสดงให้กับแพทย์ทุกคนที่จะสั่งยาให้กับคุณได้

ไม่เปลี่ยน การตอบสนองต่อยาของคุณจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดชีวิต เพราะสิ่งนั้นควบคุมโดยดีเอ็นเอ ซึ่งดีเอ็นเอของคุณไม่เคยเปลี่ยนแปลง