คำถามที่พบบ่อย

ที่นี่คือคลังคำตอบของคำถามที่ถูกถามบ่อยครั้งโดยลูกค้าของเรา ถ้าคุณมีคำถามอื่น ๆ ซึ่งไม่ปรากฏในหน้านี้ โปรดส่งข้อความทิ้งไว้หรือแจ้งให้เราทราบทาง thailand@ptclabs.comเรายินดีที่จะตอบคำถามที่สำคัญที่สุดในชีวิตเหล่านี้ให้กับคุณ

คำถาม: DNA คืออะไร? ตอนที่ 3: ทำความเข้าใจรายงานผลตรวจของ พีทีซี

รายงานผลตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาของ พีทีซี แลบบอราทอรี จะแสดงให้เห็นลายพิมพ์ DNA ของผู้ที่อาจเป็นบิดาและเด็กที่รับการตรวจเพียงอย่างละหนึ่งคนเท่านั้น โดยถ้าแม่ได้ให้ตัวอย่างในการตรวจด้วย ก็จะมีลายพิมพ์ DNA ของแม่แสดงอยู่เช่นกัน แต่จะไม่มีการระบุค่าดัชนีความเป็นมารดา

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างรายงานผลตรวจที่มีตัวอย่างจากแม่ เด็ก และผู้ที่อาจเป็นบิดาเข้าร่วมในการตรวจ:

คำอธิบาย: ยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ & การจับคู่ยีนที่เป็นคู่กัน (Obligate Paternal Allele & Matching Allele)

ผลตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาทุกฉบับของ พีทีซี จะมีตารางที่แสดงคอลัมน์ของ ยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ (Obligate Paternal Allele) สิ่งที่แสดงอยู่ในส่วนนี้คือ Allele ของแต่ละ Locus ที่ผู้ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดาจะต้องมีหากเขาเป็นพ่อของเด็กที่รับการตรวจจริง ๆ โดยยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญนี้ทราบได้โดยการเปรียบเทียบลายพิมพ์ DNA ของเด็กและของแม่ ถ้าเด็กมี Allele ใน Locus ใด ๆ ที่ไม่ปรากฏในลายพิมพ์ DNA ของแม่ ก็แสดงว่า Allele นั้นน่าจะมาจากพ่อและถือว่าเป็นยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะเด็กได้รับ DNA ครึ่งหนึ่งมาจากแม่และอีกครึ่งหนึ่งจากพ่อ ฉะนั้นถ้า Allele นั้นไม่ได้มาจากแม่ ก็แสดงว่าต้องมาจากพ่อของเด็ก

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น โปรดดูภาพตารางด้านบนตรงจุดที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมสีม่วง จะเห็นว่าที่ตำแหน่ง Penta E ของแม่ มี Allele เป็น 5, 11 และของเด็กเป็น 21, 5 และเนื่องจากว่าเด็กได้รับโครโมโซมครึ่งหนึ่งมาจากแม่และอีกครึ่งมาจากพ่อ และเรารู้ว่าแม่มี Allele 21 ปรากฏในลายพิมพ์ DNA ของแม่ เพราะฉะนั้น เด็กคนนี้ต้องได้รับ Allele 21 มาจากผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน เราจึงระบุได้ว่ายีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญคือ 21

ในกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียว ตำแหน่ง FGA ของแม่ มี Allele เป็น 23, 24 เหมือนกันกับของเด็ก จึงมีความเป็นไปได้สำหรับทั้งสอง Allele ที่จะมาจากแม่ เราจึงไม่อาจระบุยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญได้

ในกรอบสี่เหลี่ยมสีแดง ตำแหน่ง TPOX ของเด็ก มี Allele เป็น 8 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับ 8 ตัวหนึ่งมาจากพ่อและตัวหนึ่งมาจากแม่ เพราะฉะนั้น จึงระบุได้ว่ายีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญคือ 8

ส่วนที่แสดงในคอลัมน์ การจับคู่ยีนที่เป็นคู่กัน (Matching Allele) คือ Allele ที่ได้มาจากเปรียบเทียบลายพิมพ์ DNA ของพ่อที่ตรงกับยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ (Obligate Paternal Allele)

ข้อควรทราบประการหนึ่งคือ ถ้าแม่ไม่ได้ให้ตัวอย่างในการตรวจ (ซึ่งจะทำให้ไม่มีลายพิมพ์ DNA ของแม่) ในบางครั้งเราอาจไม่สามารถวิเคราะห์หายีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญได้ ซึ่งจะทำให้ค่าดัชนีความเป็นบิดาลดน้อยลงและต้องใช้เวลาตรวจวิเคราะห์นานขึ้นเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำเพียงพอจะสรุปผลได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราแนะนำให้มีตัวอย่างของแม่เข้าร่วมในการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาด้วย

คำอธิบาย: ดัชนีความเป็นบิดา (Paternity Index)

คอลัมน์สุดท้ายในตารางแสดงผล คือค่าดัชนีความเป็นบิดา (Paternity Index หรือ PI) ซึ่งคำนวณได้จาก:

PI = X / Y

เมื่อ:
X = ค่าความน่าจะเป็นที่ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดา จะมี Allele ที่ตรงกับยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ
Y = ค่าความน่าจะเป็นที่ผู้ชายคนอื่น ๆ จะมี Allele ที่ตรงกับยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ

X = 1 เมื่อ Allele ทั้งสองของผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดาตรงกับ Allele ที่ปรากฏในยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ
X = 0.5 เมื่อผู้ที่อาจเป็นบิดามี Allele ที่ตรงกับยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญเพียง Allele เดียว

Y = ค่าความถี่ของ Allele รูปแบบหนึ่ง ๆ ที่ปรากฏท่ามกลางประชากรซึ่งมีเชื้อชาติและอาศัยในภูมิศาสตร์เดียวกับผู้รับการตรวจ

ห้องปฏิบัติการด้านพันธุกรรมในหลาย ๆ ประเทศมักมีการศึกษาเพื่อสร้างฐานข้อมูลทางพันธุกรรมของมนุษย์ พืช และสัตว์ในประเทศของตน โดยอาศัยเทคนิคมาตรฐานและดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์หรือนักศึกษามหาวิทยาลัยและองค์กรเอกชน ซึ่งฐานข้อมูลความถี่ของ Allele รูปแบบหนึ่ง ๆ ที่ปรากฏในกลุ่มคนเชื้อชาติเดียวกันในเขตภูมิศาสตร์เดียวกันดังกล่าวนี้เองที่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่ศึกษาวิจัยและทำฐานข้อมูลดัชนีความเป็นบิดาสำหรับยีนรูปแบบต่าง ๆ คือคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ค่า PI นั้นคำนวณได้ด้วยการใช้ค่าความถี่ดังกล่าวร่วมกับวิธีการทางสถิติ ซึ่งจะคำนวณได้โดยตรงหากทราบยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ แต่จะต้องมีวิธีคำนวณที่ซับซ้อนขึ้นหากไม่มียีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญ หรือหากเกิดการกลายพันธุ์บนลำดับของ DNA

ในบางกรณีพบว่า Allele ของเด็กไม่ตรงกันกับ Allele ของพ่อ และ/หรือ แม่ ซึ่งเรียกว่าเป็น “การกลายพันธุ์” ซึ่งพบได้น้อยมากและสามารถบ่งชี้ได้ง่ายว่าเป็นการกลายพันธุ์ถ้าตำแหน่งอื่น ๆ เข้าคู่ตรงกันทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้จะไม่ถือว่าค่า PI เป็นศูนย์ แต่จะวิเคราะห์โดยอาศัยหลักการว่ายีนทุก ๆ ยีนล้วนมีอัตราการกลายพันธุ์ที่จำเพาะเจาะจง และอัตราดังกล่าวนี้เองที่ถูกนำมาใช้คำนวณค่า PI ของแต่ละ Locus ทั้งนี้ ค่า PI มักเป็นตัวเลขจำนวนน้อย ๆ และถ้าพบว่า Allele ของเด็กไม่ตรงกับของพ่อและแม่เลย และไม่มีการกลายพันธุ์ ค่า PI ก็จะมีค่าเท่ากับศูนย์

ยกตัวอย่างเช่นที่ตำแหน่ง FGA ในตารางตัวอย่างผลตรวจ จะเห็นได้ว่าผู้รับการตรวจทั้งสามคนมี Allele เป็น 23, 24 จึงทำให้ไม่มีตัวเลขปรากฏในคอลัมน์ยีนที่เป็นคู่กันฝ่ายบิดาที่สำคัญและการจับคู่ยีนที่เป็นคู่กัน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถคำนวณค่า PI ได้อยู่

คำอธิบาย: ดัชนีความเป็นบิดาที่ได้ร่วมกัน (Combined Paternity Index)

ดัชนีความเป็นบิดาที่ได้ร่วมกัน (Combined Paternity Index หรือ CPI) คือค่าความเป็นไปได้ (likelihood) ที่ชายผู้เข้ารับการตรวจจะเป็นบิดาในทางพันธุกรรมของเด็ก ซึ่งคำนวณได้จากการคูณค่าดัชนีความเป็นบิดา (PI) ทั้งหมด จากตัวอย่างจะเห็นว่า CPI เท่ากับ 8,169,433 ซึ่งแปลผลได้ว่า โอกาสที่ชายซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดามีโอกาสที่จะเป็นพ่อของเด็ก คือ 8,169,433 เท่า เมื่อเทียบกับโอกาสที่ผู้ชายคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการตรวจแต่มีเชื้อชาติเดียวกันและไม่ได้เป็นญาติของคน ๆ นั้นจะเป็นพ่อของเด็ก ยิ่ง CPI สูง ผลตรวจก็ยิ่งแม่นยำ

คำอธิบาย: ความน่าจะเป็นของความเป็นบิดา (Probability of Paternity)

ความน่าจะเป็นของความเป็นบิดา (Probability of Paternity) คือค่าความน่าจะเป็นที่ชายที่เข้ารับการตรวจจะเป็นบิดาทางพันธุกรรมของเด็ก เมื่อเทียบกับชายคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการตรวจแต่มีเชื้อชาติเดียวกันและไม่ได้เป็นญาติของคน ๆ นั้น

ความน่าจะเป็นของความเป็นบิดา = (100) (CPI)(Prior) / [(CPI)(Prior) + (1- Prior)]

โดย:
CPI = ดัชนีความเป็นบิดาที่ได้ร่วมกัน (Combined Paternity Index)
Prior = ความน่าจะเป็นที่กำหนดไว้เบื้องต้น (Prior Probability)

การตรวจของเราจะกำหนดค่าความน่าจะเป็นเบื้องต้นไว้เป็น 0.5 (หมายถึงมีโอกาส 50%) ค่าความน่าจะเป็นที่กำหนดไว้เบื้องต้น (Prior Probability) นี้เป็นค่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ก่อนทำการตรวจ ว่าชายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดามีโอกาสที่จะเป็นพ่อของเด็กเท่า ๆ กันกับโอกาสที่จะไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก โดยจะทำให้ได้สมการในรูปอย่างง่ายดังนี้:

การตรวจของเราจะกำหนดค่าความน่าจะเป็นเบื้องต้นไว้เป็น 0.5 (หมายถึงมีโอกาส 50%) ค่าความน่าจะเป็นที่กำหนดไว้เบื้องต้น (Prior Probability) นี้เป็นค่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ก่อนทำการตรวจ ว่าชายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นบิดามีโอกาสที่จะเป็นพ่อของเด็กเท่า ๆ กันกับโอกาสที่จะไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก โดยจะทำให้ได้สมการในรูปอย่างง่ายดังนี้: = (100) CPI / (CPI + 1)

พีทีซี แลบบอราทอรี เราการันตีความแม่นยำของความน่าจะเป็นของความเป็นบิดาสำหรับผลตรวจทุกฉบับที่อย่างน้อย 99.99% ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเพื่อใช้ผลทางกฎหมายหรือตรวจเพื่อความสบายใจ และไม่ว่าจะมีตัวอย่างจากแม่หรือไม่ หรือแม้ในกรณีที่เกิดการกลายพันธุ์บนลำดับ DNA เพราะเราเชื่อว่าผู้ใช้บริการทุกคนควรได้รับบริการตรวจ DNA ที่มีคุณภาพสูงสุด เพราะนั่นอาจหมายถึงคำตอบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ทั้งชีวิต