คำถามที่พบบ่อย

ที่นี่คือคลังคำตอบของคำถามที่ถูกถามบ่อยครั้งโดยลูกค้าของเรา ถ้าคุณมีคำถามอื่น ๆ ซึ่งไม่ปรากฏในหน้านี้ โปรดส่งข้อความทิ้งไว้หรือแจ้งให้เราทราบทาง thailand@ptclabs.comเรายินดีที่จะตอบคำถามที่สำคัญที่สุดในชีวิตเหล่านี้ให้กับคุณ

คำถาม: DNA คืออะไร? ตอนที่ 2: DNA ของมนุษย์ และการนำไปใช้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

NA ของเราทุกคนนั้นแตกต่างกัน (ยกเว้นกรณีที่เป็นคู่แฝด) สิ่งที่ทำให้เกิด ‘ความจำเพาะบุคคล’ ในระดับพันธุกรรมดังกล่าวก็คือความแตกต่างในยีนของเราแต่ละคน ความแตกต่างนี้เรียกว่า โพลิมอร์ฟิซึม (Polymorphism) ซึ่งการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลมักสนใจโพลิมอร์ฟิซึมรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า การซ้ำกันในลำดับสั้น ๆ หรือ Short Tandem Repeats (STRs).

STRs คือลำดับคู่เบสสั้น ๆ 2-5 คู่เบสที่เรียงแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกใน locus หนึ่ง ๆ ตัวอย่างเช่นใน locus ที่มีชื่อว่า D7S280 พบว่ามีการซ้ำกันของคู่เบสเป็น “GATA” ซึ่งบางคนอาจซ้ำกันแบบนี้ 6 ครั้ง หรือบางคนอาจซ้ำกันแบบนี้ 10 ครั้ง แต่ละความแตกต่างของการซ้ำกันในยีนแบบนี้เรียกว่า อัลลีล (Allele) และมักเขียนโดยระบุตัวเลขจำนวนครั้งของการซ้ำกันที่ปรากฏ

จากตัวอย่าง ยีน D7S280 ที่ยกไว้ข้างต้น พบว่า Allele รูปแบบต่าง ๆ ของยีนนี้พบได้บนโครโมโซมคู่ที่ 7 โดยมีจำนวนการซ้ำกันของลำดับเบส “GATA” 6-15 ครั้ง ตัวอย่างของการซ้ำกัน 15 ครั้งสามารถดูได้ในตารางด้านล่าง ทั้งนี้ ลำดับเบสที่แสดงในตารางคือลำดับเบสบนโครโมโซมเพียงแท่งเดียวเท่านั้น ในโครโมโซมอีกแท่งหนึ่งก็จะมีการเรียงลำดับอีกแบบหนึ่ง

ถ้ายีนจากโครโมโซมทั้งสองแท่งมีอัลลีลแบบเดียวกัน (เรียกว่าเป็น Homozygus) ก็หมายความว่ามีการซ้ำกันของลำดับเบสเป็นจำนวนครั้งที่เท่ากัน โดยจะเขียน Allele ด้วยตัวเลขเพียงตัวเดียว เช่น
LOCUS                     ALLELES
D7S280                     15

ถ้ายีนจากโครโมโซมทั้งสองแท่งมีอัลลีลคนละแบบกัน (เรียกว่าเป็น Heterozygus) ก็หมายความว่ามีการซ้ำกันของลำดับเบสเป็นจำนวนครั้งที่ไม่เท่ากัน โดยจะเขียน Allele ด้วยตัวเลขสองตัว เช่น
LOCUS                     ALLELES
D7S280                     6       15

ลายพิมพ์ DNA

หน่วยงาน FBI ใช้ลำดับ STR บน Loci จำนวน 13 ตำแหน่งสำหรับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เรียกว่าเป็น CODIS STRs ที่ พีทีซี แลบบอราทอรี เราใช้ลำดับ STR บน Loci จำนวน 26 ตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งที่ใช้ใน CODIS STRs ด้วย เพื่อสร้างลายพิมพ์ DNA ให้กับทุกคนที่เขารับการตรวจ ตำแหน่งเหล่านี้ล้วนได้รับการศึกษามาแล้วว่ามีโพลิมอร์ฟิซึมในอัตราที่สูง และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกสำหรับตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ตัวอย่างลายพิมพ์ DNA ที่ปรากฏในรายงานผลตรวจของบุคคลเพียงคนเดียว จะมีลักษณะดังนี้:

และนี่คือตัวอย่างลายพิมพ์ DNA ของแต่ละบุคคลที่ปรากฏในรายงานผลตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา: